ก้าวแรกของการสร้างแบรนด์ คือการเลือกพันธมิตรที่เหมาะสม
ตลาดความงามและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของไต้หวันเติบโตอย่างต่อเนื่อง แบรนด์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเปลี่ยนจากการพัฒนาสินค้าเองภายในองค์กร มาเป็นการร่วมมือกับโรงงานรับจ้างผลิต เหตุผลนั้นชัดเจน การร่วมงานกับผู้ผลิต OEM ที่เหมาะสมไม่เพียงทำให้ไม่ต้องลงทุนสร้างโรงงานของตนเองซึ่งมีต้นทุนสูง แต่ยังช่วยให้แบรนด์เปิดตัวสินค้าได้เร็วขึ้นด้วยคุณภาพที่สม่ำเสมอ และทำให้วิสัยทัศน์ของแบรนด์เป็นจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แต่ความท้าทายอยู่ตรงนี้ จะเลือกโรงงานรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่เหมาะสมได้อย่างไร และรูปแบบความร่วมมือแต่ละแบบส่งผลต่อโครงสร้างต้นทุนอย่างไร คู่มือนี้จะอธิบายทุกเรื่องที่ควรรู้
การรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวคืออะไร ทำความเข้าใจรูปแบบ OEM ODM และ OBM
การรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบ OEM (Original Equipment Manufacturing) ในความหมายกว้าง ๆ ที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงการมอบหมายกระบวนการผลิตสินค้าให้โรงงานมืออาชีพ เพื่อให้แบรนด์มุ่งเน้นไปที่การตลาดและการจัดจำหน่ายได้ ภายในแนวทางนี้มีคำศัพท์สามคำที่ควรรู้ ดังนี้
-
OEM (Original Equipment Manufacturing)
ท่านเป็นผู้กำหนดสูตรและออกแบบบรรจุภัณฑ์ โรงงานผลิตตามข้อกำหนดของท่าน เหมาะกับแบรนด์ที่มีความสามารถด้าน R&D และต้องการประหยัดต้นทุนการผลิต -
ODM (Original Design Manufacturing)
ท่านมีไอเดียสินค้าแต่ยังไม่มีสูตร โรงงานเป็นผู้จัดทำสูตร ออกแบบ และผลิตให้ เหมาะกับแบรนด์ใหม่หรือแบรนด์ที่ต้องการเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว -
OBM (Original Brand Manufacturing)
ผู้ผลิตพัฒนาและจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจ ไม่ใช่บริการที่ท่านว่าจ้าง โรงงานที่มีแบรนด์ของตนเองมักนำประสบการณ์ดังกล่าว (การวางตำแหน่งสินค้า การวิจัยตลาด การออกแบบผลิตภัณฑ์ การวางแผนการตลาด) มาสนับสนุนลูกค้า OEM/ODM เพิ่มเติมได้
หากต้องการดูรายละเอียดว่าสองรูปแบบหลักทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ รวมถึงระยะเวลาสองแบบของ ODM และใครเป็นเจ้าของสูตร ดูได้ที่ การเปรียบเทียบ OEM กับ ODM ของเรา
กรณีตัวอย่าง: Graminton
Graminton เป็นทั้งเจ้าของแบรนด์และผู้ผลิต OEM/ODM ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี จึงให้บริการมากกว่าการผลิตเพียงอย่างเดียว ทีมงานเฉพาะทางของเราสนับสนุนลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนการคิดแนวคิดสินค้า ทั้งการพัฒนาสูตร การวางแผนบรรจุภัณฑ์ และเอกสารด้านสูตร การทดสอบ และการผลิตที่ใช้ประกอบแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) ซึ่งมีประโยชน์เป็นพิเศษสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นและกำลังเปิดตัวไลน์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวเป็นครั้งแรก
ต้นทุนการรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิวแบบ OEM คำนวณอย่างไร 6 ปัจจัยต้นทุนสำคัญที่ต้องรู้
ต่างจากสินค้าค้าปลีกที่ผลิตตามมาตรฐานเดียวกัน ราคาของงาน OEM ประกอบขึ้นจากหลายองค์ประกอบ ปัจจัยต้นทุนที่สำคัญที่สุดมีดังนี้
| รายการต้นทุน | คำอธิบายและผลกระทบ |
|---|---|
| สูตรและส่วนผสม | ส่วนผสมออร์แกนิก ส่วนผสมนำเข้า หรือส่วนผสมที่มีสิทธิบัตร ทำให้ราคาต่อหน่วยสูงขึ้น |
| วัสดุบรรจุภัณฑ์และการออกแบบ | ประเภทของวัสดุ (แก้ว/พลาสติก) เทคนิคการพิมพ์ตกแต่ง (ปั๊มฟอยล์ ปั๊มนูน) และอื่น ๆ |
| ปริมาณการผลิต | ปริมาณการผลิตที่มากขึ้นทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง ส่วนการสั่งซื้อจำนวนน้อยอาจติดข้อจำกัดด้านจำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) |
| รูปแบบการผลิต | ODM แบบพัฒนาสูตรใหม่ > ODM แบบใช้สูตรสำเร็จ/OEM ยิ่งโรงงานรับงานพัฒนามากเท่าใด ต้นทุนก็ยิ่งสูงขึ้น |
| การทดสอบและการตรวจสอบคุณภาพ | การทดสอบจาก SGS การรับรองออร์แกนิก และการทดสอบความคงตัว ฯลฯ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม |
| กฎระเบียบและการปฏิบัติตามข้อกำหนด | การจัดทำแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้งในสหภาพยุโรปและไต้หวัน |
แต่ละรายการมีตรรกะการตั้งราคาของตนเอง ทั้งโครงสร้างใบเสนอราคา ระดับขั้นของ MOQ และจุดที่ยืดหยุ่นได้สำหรับการผลิตล็อตเล็ก อธิบายแยกไว้ใน คู่มือต้นทุนและ MOQ ของการรับผลิตเครื่องสำอาง OEM ของเรา
แนวทางปฏิบัติจริง: วิธีการของ Graminton
Graminton แนะนำการจับคู่ส่วนผสมและบรรจุภัณฑ์โดยพิจารณาจากการวางตำแหน่งในตลาดและงบประมาณของแต่ละแบรนด์ การทำงานภายใต้งบประมาณที่กำหนดเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพตามเป้าหมาย เป็นหัวใจสำคัญของการวางขอบเขตงานในแต่ละโครงการของเรา
จากแนวคิดถึงการส่งมอบ: ขั้นตอนการทำงาน OEM ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ควรเป็น
หลายคนคิดว่า OEM คือการสั่งผลิตเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงเป็นกระบวนการทีละขั้นตอน ตั้งแต่แนวคิดของแบรนด์ไปจนถึงการเปิดตัวสินค้า เส้นทาง OEM โดยทั่วไปประกอบด้วย
-
แนวคิดสินค้าและการวางตำแหน่ง
-
การพัฒนาสูตรและการทำตัวอย่าง
-
การทดสอบและการปรับแก้
-
ใบเสนอราคาและการยืนยันสัญญา
-
การจัดทำแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) และการจัดหาวัตถุดิบ
-
การผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ
-
การบรรจุและการส่งมอบ
ประสิทธิภาพการดำเนินงานในทางปฏิบัติ
ด้วยประสบการณ์มากกว่า 30 ปี Graminton ผสานความเข้าใจด้านการตลาดจากแบรนด์ของตนเองเข้ากับกระบวนการ OEM ด้วยการผลิตเครื่องสำอางที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 22716 และห้องปฏิบัติการของตนเอง Graminton จึงดำเนินการทดสอบความคงตัว จัดทำตัวอย่างสินค้า และเตรียมเอกสารสำหรับแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) ไปพร้อมกันได้หลังจากสูตรได้รับการอนุมัติ ช่วยย่นระยะเวลาสู่ตลาด และทำให้ลูกค้าคว้าโอกาสทางการจัดจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว
8 ปัจจัยสำคัญในการเลือกพันธมิตร OEM ที่ไว้วางใจได้
-
ผู้ผลิตมีทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) ของตนเอง และมีความสามารถในการพัฒนาตามความต้องการของลูกค้าหรือไม่
-
ได้รับการรับรอง GMP และ ISO 22716 หรือไม่
-
รองรับ MOQ จำนวนน้อยสำหรับแบรนด์ที่เพิ่งเริ่มต้นได้หรือไม่
-
มีบริการจัดทำตัวอย่างสินค้าและทดสอบความคงตัวหรือไม่
-
จัดเตรียมเอกสารสำหรับแฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) ได้ครบถ้วนหรือไม่
-
สายการผลิตทันสมัยและมีอุปกรณ์ครบครันหรือไม่
-
ราคาโปร่งใสและเงื่อนไขในสัญญาชัดเจนหรือไม่
-
มีบริการให้คำปรึกษาด้านการตลาดหรือสนับสนุนด้านคอนเทนต์หรือไม่
จุดเด่นของ Graminton
การผสานงานวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีชีวภาพเข้ากับเทคโนโลยีผ้านอนวูฟเวน (ผ้าไม่ทอ) เปิดความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของสินค้า
ด้วยประสบการณ์ในการบริหารแบรนด์ของตนเอง Graminton จึงให้คำแนะนำจากมุมมองของการบริหารแบรนด์ได้
คำถามที่พบบ่อย: การเลือกพันธมิตรรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (OEM)
Q1: จะเลือกพันธมิตร OEM ให้แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวของท่านอย่างไร
ปัจจัยทั้งแปดข้อข้างต้นล้วนสำคัญ แต่สามข้อมีน้ำหนักมากที่สุด ได้แก่ ระบบคุณภาพที่ได้รับการรับรอง (ISO 22716 GMP) ความสามารถด้าน R&D ภายในองค์กรพร้อมการทำตัวอย่างและการทดสอบความคงตัว และความสามารถในการจัดทำเอกสารอย่างครบถ้วน ความแข็งแกร่งทั้งสามข้อนี้แสดงให้เห็นได้ก่อนตัดสินใจร่วมงาน ทั้งจากการตรวจประเมินโรงงาน รอบการทำตัวอย่าง และชุดเอกสาร ไม่ใช่การอาศัยเพียงชื่อเสียง
Q2: OEM กับ ODM ในงานผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างกันอย่างไร
OEM หมายถึงท่านเป็นผู้นำสูตรมาเอง แล้วโรงงานเป็นผู้ผลิตให้ ส่วน ODM หมายถึงโรงงานเป็นผู้จัดหาสูตร ไม่ว่าจะด้วยการปรับสูตรสำเร็จที่ผ่านการตรวจสอบยืนยันแล้ว (เส้นทางที่เร็วที่สุด) หรือด้วยการพัฒนาสูตรขึ้นใหม่ทั้งหมด (ช้ากว่า แต่สร้างความแตกต่างได้) เส้นทางใดเหมาะกับแบรนด์ ขึ้นอยู่กับว่าจุดแข็งของแบรนด์คือตัวสูตรเอง หรือคือการวางตำแหน่งที่อยู่รอบสูตรนั้น
Q3: พันธมิตรรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (OEM) ควรจัดเตรียมเอกสารอะไรบ้าง
โดยทั่วไปได้แก่ บันทึกสูตรพร้อมความเข้มข้นที่แน่นอน ข้อมูลจำเพาะของส่วนผสม รายงานผลการทดสอบความคงตัวและการทดสอบประสิทธิภาพสารกันเสีย และหลักฐานด้าน GMP ซึ่งเป็นข้อมูลและเอกสารพื้นฐานสำหรับ แฟ้มข้อมูลผลิตภัณฑ์ (PIF) ที่ทั้งสหภาพยุโรปและไต้หวันกำหนดให้ต้องมี การตกลงเรื่องเอกสารที่พร้อมรับการตรวจประเมินตั้งแต่ขั้นตอนทำสัญญา จะช่วยไม่ให้เกิดช่องว่างด้านการปฏิบัติตามข้อกำหนดในวันที่มีการตรวจสอบ
Q4: แบรนด์ต่างประเทศร่วมงานกับโรงงานรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (OEM) ในไต้หวันได้หรือไม่
ได้ ไต้หวันมีทั้งระบบคุณภาพการผลิตที่พัฒนาเต็มที่และแนวปฏิบัติด้านเอกสารที่มุ่งเน้นการส่งออก อีกทั้งขั้นตอนการทำงานที่รองรับการทำงานทางไกล (การตรวจประเมินผ่านวิดีโอ การส่งตัวอย่างทางพัสดุด่วน) ก็เป็นเรื่องปกติ รายละเอียดด้านโลจิสติกส์ กำหนดเวลา และการส่งเอกสารในมุมของผู้ซื้อ อยู่ใน คู่มือการจัดหาบริการรับผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลผิว (OEM) จากไต้หวัน ของเรา
มากกว่าการเป็นผู้ผลิต คือพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ของแบรนด์
ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวสินค้าชิ้นแรกหรือการขยายไลน์สินค้าเดิม การเลือกพันธมิตร OEM ที่เหมาะสมคือก้าวแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง ด้วยประสบการณ์การผลิตกว่า 30 ปีและความสามารถด้าน R&D ที่แข็งแกร่ง Graminton ได้ช่วยให้แบรนด์หลายร้อยรายเดินทางจากศูนย์จนพร้อมออกสู่ตลาด และกลายเป็นกำลังสนับสนุนที่ไว้วางใจได้ในอุตสาหกรรมที่มีการแข่งขันสูง
พร้อมเริ่มต้นแล้วหรือยัง ติดต่อ Graminton เพื่อรับการประเมินที่เหมาะกับธุรกิจของท่านได้วันนี้
